“โบท็อกซ์” ช่วยอะไรได้บ้าง ?

ทุกคนต่างรู้ดีว่า… ไม่มีอะไรที่คงอยู่ตลอดไป ทุกอย่างล้วนมีวันจางหายและร่วงโรย ในเรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เช่นกัน ที่แม้ใครๆ จะอยากให้ความสวยงามและความดูดีอยู่กับเราไปตลอด แต่แน่นอนว่าแทบเป็นไปไม่ได้ กระนั้น ยังโชคดีที่ในปัจจุบันเรามีนวัตกรรมที่เป็นตัวช่วยสำคัญอันสามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวและช่วยลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ โดยเรารู้จักกันดีในนามว่า “โบท็อกซ์”  

“โบท็อกซ์” คืออะไร?
โบท็อกซ์ (Botox) ที่เราคุ้นหูกันนั้น จริงๆ เป็นชื่อทางการค้าของสารโบทูลินั่มท็อกซินเอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากแบคทีเรียชื่อว่า ครอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) มีฤทธิ์สกัดกั้นการทำงานของระบบประสาท มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวและทำงานได้ลดลงชั่วคราว

“โบท็อกซ์” ช่วยอะไรได้บ้าง?
จุดเริ่มต้นของ “โบท็อกซ์” คือนำมาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ ตาเข หรือหนังตากระตุก แล้วพบว่าทำให้ริ้วรอยบริเวณที่ฉีดลดลงไปด้วย จึงมีการพัฒนามาใช้ประโยชน์ในด้านเสริมความงาม และเป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น

  • ใช้รักษาเรื่องริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าและการแสดงอารมณ์ต่างๆ เช่น ริ้วรอยบริเวณระหว่างคิ้ว หน้าผาก หางตา และรอบปาก
  • ใช้ในการลดกราม (ลดหน้าเหลี่ยม) ช่วยให้ใบหน้าเรียวขึ้น
  • ใช้ช่วยลดขนาดของเนื้อบริเวณน่อง ทำให้น่องเรียว ขาแลดูเล็กลง
  • ใช้ช่วยลดอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดไมเกรน ปวดหลัง 
  • ใช้ช่วยลดเหงื่อที่ผิวหนัง เช่น บริเวณรักแร้ และฝ่ามือ

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์อีกแบบที่น่าสนใจ ที่เรียกว่า Microbotox technique ซึ่งเป็นการฉีดโบท็อกซ์เข้าที่ผิวหนัง โดยหลังจากที่ฉีดไปหนึ่งสัปดาห์จะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น รูขุมขนเล็กลง และลดความมันของใบหน้าได้อีกด้วย 

โบท็อกซ์ ฉีดได้ ไม่น่ากลัว
ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อสอบถามหรือปรึกษาถึงการใช้เพื่อการแก้ปัญหาที่มี จะได้วางแผนการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด นอกจากผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว การใช้โบท็อกซ์อย่างถูกต้องยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย แต่อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้เล็กน้อย เช่น

  • ผิวบริเวณที่ฉีดอาจเกิดรอยแดง หรือจุดจ้ำเล็กๆ ซึ่งเกิดจากรอยเข็ม จุดดังกล่าวจะค่อยๆ เลือนหายไปได้เองภายใน 5-7 วัน 
  • ในรายที่มีอาการแพ้ อาจมีผื่นแดงและคันได้
  • หน้าแข็งตึง ปากเบี้ยว หรือยิ้มไม่สุด อาจเพราะเกิดจากปริมาณโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปไม่เหมาะสม
  • หนังตาตก จะพบได้ในการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้เปลือกตาด้านบน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหนังตาอ่อนแรงและตกลงมาได้
  • ในบางกรณีที่ปริมาณโบท็อกซ์ไม่เหมาะสม หรือตำแหน่งที่ฉีดคลาดเคลื่อนไปจากตำแหน่งปกติ อาจพบอาการหนังตาตก ปากเบี้ยว หรือยิ้มไม่สุดได้ ซึ่งถ้ามีอาการดังกล่าว ให้รีบมาพบแพทย์ เพื่อวางแผนการแก้ไข

โบท็อกซ์…เหมาะกับใครกัน
ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างเอาใจใส่ในสุขภาพและความงามกันมากขึ้น ซึ่งสุขภาพและความงามของผิวหน้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญ การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นตัวช่วยและทางเลือกหนึ่งในการคงความอ่อนเยาว์ และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต ดังนั้นจึงเหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น หน้าผาก รอยตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตา และปาก
  • ผู้ที่ต้องการยกคิ้ว ทำให้ตาดูโตขึ้น แลดูอ่อนเยาว์
  • ผู้ที่ต้องการลดขนาดของกราม ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันริ้วรอยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

หากเราต้องการคงความงามเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เราควรที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง สิ่งสำคัญใน “การฉีดโบท็อกซ์” นั่นคือ การตัดสินใจอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวยาที่มีคุณภาพ เพราะถ้าเราเลือกอย่างถูกต้องแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมดีกว่าอย่างแน่นอน

การลงทุนกับตัวเองด้วยการมอบสิ่งดีๆ ให้แก่ร่างกาย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด

ฉีดโบท็อกซ์ คืออะไร ? เหมาะกับใครบ้าง ?

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ ! กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สูตรลับหน้าเด็ก ! ด้วยโบท็อกซ์

โบท็อกซ์ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์คืออะไร ช่วยเรื่องผิวหน้าได้อย่างไร ? ดูแลยังไงถึงจะเห็นผลยาวนาน ?

รู้จักโบท็อกซ์ Nabota กล่องดำกับกล่องแดงต่างกันอย่างไร ?

โบท็อกซ์คืออะไร ข้อดี-เสีย ของการฉีดโบท็อกซ์

บอกลาปัญหากลิ่นกาย ด้วย “โบท็อกซ์รักแร้”

โบท็อกซ์คืออะไร ทำไมต้องฉีดโบท็อกซ์ ?

ฉีดโบท็อกซ์ กี่วันเห็นผล?