ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? ผลข้างเคียง อาการผิดปกติ และข้อควรรู้ก่อนฉีด
ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? เป็นคำถามที่หลายคนกังวลก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเรื่องฟิลเลอร์เป็นก้อน บวม ติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับหลอดเลือด
การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีทั้งผลข้างเคียงที่พบได้หลังทำและภาวะแทรกซ้อนที่แม้พบไม่บ่อย แต่สามารถรุนแรงได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าอาการใดสามารถพบได้หลังฉีด และอาการแบบใดที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ความเสี่ยงยังแตกต่างกันตามบริเวณที่ฉีด เทคนิค ปริมาณและชนิดของสารเติมเต็ม รวมถึงลักษณะทางกายวิภาคของแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์คืออะไร?
ฟิลเลอร์ที่ใช้ในงานด้านความงามมีหลายประเภท โดยหนึ่งในชนิดที่ใช้กันแพร่หลายคือ Hyaluronic Acid หรือ HA Filler
Hyaluronic Acid เป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและถูกนำมาพัฒนาเป็นสารเติมเต็มสำหรับฉีดในบริเวณต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาตามความเหมาะสม เช่น เติมเต็มร่อง ปรับสัดส่วนหรือรูปทรงบางบริเวณของใบหน้า
ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ความยืดหยุ่น ความสามารถในการคงรูป และการกระจายตัว จึงไม่ได้หมายความว่าฟิลเลอร์หนึ่งชนิดจะเหมาะกับทุกตำแหน่ง
แพทย์จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ตำแหน่ง และชั้นที่ฉีดให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล
ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม?
การฉีดฟิลเลอร์ ไม่ใช่หัตถการที่ปราศจากความเสี่ยง
ผลข้างเคียงบางอย่างสามารถเกิดขึ้นได้หลังฉีดและอาจเป็นอาการชั่วคราว เช่น บวม แดง เจ็บ หรือมีรอยช้ำบริเวณที่ฉีด
ในขณะเดียวกันก็มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการประเมินและรักษา เช่น การติดเชื้อ การเกิดก้อนผิดปกติ และภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดเข้าสู่หรือรบกวนหลอดเลือด
ดังนั้นการพิจารณาความปลอดภัยจึงไม่ควรมองเฉพาะยี่ห้อฟิลเลอร์ แต่ต้องพิจารณาตั้งแต่การประเมินก่อนทำ ความรู้ด้านกายวิภาค เทคนิคการฉีด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และการติดตามอาการหลังทำร่วมกัน
ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ที่พบได้
หลังฉีดฟิลเลอร์อาจพบอาการบริเวณที่ฉีด เช่น
- บวม
- แดง
- เจ็บหรือระบม
- รอยช้ำ
- กดแล้วรู้สึกตึง
- ผิวหรือรูปทรงดูไม่เข้าที่ในช่วงแรก
ความรุนแรงและระยะเวลาของอาการแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ และเทคนิคที่ใช้
จึงไม่ควรประเมินผลลัพธ์สุดท้ายทันทีหลังฉีด เนื่องจากอาการบวมในช่วงแรกอาจทำให้รูปทรงแตกต่างจากหลังเนื้อเยื่อเข้าที่แล้ว
ฉีดฟิลเลอร์แล้วบวม ปกติไหม?
อาการบวมสามารถพบได้หลังการฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำ
ระดับการบวมไม่เท่ากันในแต่ละคน และบริเวณบางตำแหน่ง เช่น ริมฝีปาก อาจสังเกตอาการบวมได้ชัดกว่าบริเวณอื่น
อย่างไรก็ตาม หากอาการบวมเพิ่มขึ้นผิดปกติ มีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แดงร้อน มีไข้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวร่วมด้วย ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงอาการบวมธรรมดา ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมิน
ฟิลเลอร์เป็นก้อนเกิดจากอะไร?
หลังฉีด บางคนอาจรู้สึกหรือสังเกตว่าบริเวณที่ฉีดไม่เรียบหรือคลำได้เป็นก้อน
สาเหตุสามารถเกิดได้หลายอย่าง ตั้งแต่อาการบวมในช่วงแรก การกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งหรือชั้นที่ฉีด ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนบางประเภท
ดังนั้น ฟิลเลอร์เป็นก้อนไม่ได้หมายความว่าจะต้องสลายฟิลเลอร์ทุกกรณี
แพทย์ควรประเมินก่อนว่าเกิดจากอะไร และพิจารณาวิธีจัดการให้เหมาะกับสาเหตุนั้น
ไม่แนะนำให้นวดหรือกดก้อนอย่างรุนแรงด้วยตนเองหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นรอยช้ำอันตรายไหม?
รอยช้ำสามารถเกิดขึ้นจากเข็มหรืออุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างการฉีดได้ และในหลายกรณีจะค่อย ๆ ดีขึ้น
แต่สิ่งสำคัญคือ รอยช้ำธรรมดากับความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
หากมีอาการปวดผิดปกติร่วมกับสีผิวที่เปลี่ยนไป ผิวซีดผิดปกติ หรือมีลักษณะผิดปกติอื่นหลังฉีด ควรติดต่อแพทย์ทันทีแทนการรอดูอาการเอง
ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดคืออะไร?
หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนสำคัญของการฉีดฟิลเลอร์คือ Vascular Occlusion หรือภาวะที่การไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดถูกอุดกั้นหรือรบกวนจากสารเติมเต็ม
เมื่อเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับความเสียหายได้
อาการที่ควรระวัง เช่น
- ปวดมากหรือปวดผิดปกติ
- สีผิวเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ
- ผิวซีดกว่าปกติ
- ผิวมีลักษณะเป็นลายผิดปกติ
- อาการบริเวณที่ฉีดแย่ลงอย่างรวดเร็ว
ภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างรวดเร็ว เพราะเวลาในการวินิจฉัยและจัดการมีความสำคัญ
ฉีดฟิลเลอร์ทำให้ตาบอดได้จริงไหม?
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก แต่ สามารถเกิดขึ้นได้และมีความรุนแรง
หลอดเลือดบริเวณใบหน้าบางส่วนมีการเชื่อมต่อกับระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับดวงตา หากสารเติมเต็มเข้าสู่หลอดเลือดและส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น อาจเกิดภาวะสูญเสียการมองเห็นได้
หากระหว่างหรือหลังฉีดมีอาการ ตามัว การมองเห็นเปลี่ยนไป สูญเสียการมองเห็น ปวดตา หรือมีอาการทางระบบประสาทผิดปกติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์ทันที
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่การฉีดฟิลเลอร์ควรเป็นหัตถการที่มีการประเมินและดำเนินการโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคและสามารถจัดการภาวะแทรกซ้อนได้
ฟิลเลอร์ติดเชื้อมีอาการอย่างไร?
การติดเชื้อเป็นอีกภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้
อาการที่ควรสังเกต เช่น บริเวณที่ฉีดมีอาการแดง บวม ร้อน หรือปวดมากขึ้นผิดปกติ อาจมีไข้หรืออาการอื่นร่วมด้วย
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองหรือพยายามบีบ เจาะ หรือนวดบริเวณดังกล่าว
ควรให้แพทย์ประเมินเพื่อแยกสาเหตุและวางแผนการรักษา
ฟิลเลอร์ปลอมและสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐานมีความเสี่ยงอย่างไร?
ก่อนฉีดควรทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้คืออะไร มีแหล่งที่มาอย่างไร และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตสำหรับการใช้งานตามกฎหมายหรือไม่
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน แหล่งที่มาไม่ชัดเจน หรือสารที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นฟิลเลอร์ อาจทำให้การประเมินและการจัดการเมื่อเกิดปัญหามีความซับซ้อนขึ้น
ราคาจึงไม่ควรเป็นปัจจัยเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์
เลือกฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ลดความเสี่ยง?
ไม่มีวิธีใดสามารถทำให้ความเสี่ยงของหัตถการทางการแพทย์เป็นศูนย์ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้หลายส่วน
ก่อนตัดสินใจควรพิจารณา
- ได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนฉีด
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติการทำหัตถการเดิม
- ทราบชนิดและผลิตภัณฑ์ที่จะใช้
- ใช้ผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
- วางแผนตำแหน่งและปริมาณตามโครงสร้างจริง
- มีช่องทางติดต่อคลินิกหลังทำหากเกิดอาการผิดปกติ
- กลับมาติดตามผลตามคำแนะนำ
นอกจากนี้ ไม่ควรตัดสินใจจากจำนวน cc เพียงอย่างเดียว เพราะปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่ง โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคล
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรแจ้งอะไรแพทย์?
ก่อนฉีดควรแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพให้แพทย์ทราบ เช่น
- โรคประจำตัว
- ประวัติแพ้ยา
- ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้อยู่
- ประวัติการฉีดฟิลเลอร์เดิม รวมถึงบริเวณและช่วงเวลาที่เคยฉีด
- ประวัติการทำศัลยกรรมหรือหัตถการบริเวณใบหน้า
- การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- การติดเชื้อหรือปัญหาผิวหนังบริเวณที่จะฉีด
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนก่อนทำได้ละเอียดขึ้น
อาการแบบไหนหลังฉีดฟิลเลอร์ควรรีบพบแพทย์?
ควรติดต่อแพทย์ทันทีหากมีอาการที่ผิดปกติหรือรุนแรง เช่น
ปวดมากผิดปกติหรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะเมื่อไม่สัมพันธ์กับอาการระบมทั่วไปหลังฉีด
สีผิวเปลี่ยนผิดปกติ
เช่น ผิวซีดผิดปกติ หรือมีลักษณะสีผิวเปลี่ยนร่วมกับอาการปวด
การมองเห็นเปลี่ยนไป
ตามัว มองไม่เห็นบางส่วน สูญเสียการมองเห็น หรือมีอาการผิดปกติทางตาหลังฉีด ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
แดง บวม ร้อน หรือปวดมากขึ้น
โดยเฉพาะเมื่ออาการแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น หรือมีไข้ร่วมด้วย
หากไม่แน่ใจว่าอาการหลังฉีดเป็นเรื่องปกติหรือไม่ การส่งภาพหรือติดต่อคลินิกที่ทำหัตถการเพื่อให้แพทย์ประเมินย่อมเหมาะกว่าการรอจนมีอาการรุนแรง
ฟิลเลอร์ นครศรีธรรมราช ที่ Amenla Clinic
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา ฟิลเลอร์ นครศรีธรรมราช สามารถเข้ารับการประเมินที่ Amenla Clinic ก่อนทำหัตถการได้
แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า บริเวณที่กังวล ประวัติการฉีดเดิม และเป้าหมายของแต่ละบุคคล ก่อนพิจารณาชนิด ปริมาณ และตำแหน่งที่เหมาะสม
การวางแผนไม่ได้มุ่งเพียงการเติมให้ได้ปริมาณมาก แต่ให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของโครงสร้างใบหน้าและความปลอดภัยของการรักษา
สอบถามหรือนัดหมายได้ทาง LINE @amenlaclinic
โทร 098-877-7859
FAQ คำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม?
การฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ มีทั้งผลข้างเคียงที่พบได้ เช่น บวม ช้ำ และภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยแต่สามารถรุนแรงได้ จึงควรได้รับการประเมินและฉีดโดยแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์แล้วบวมกี่วัน?
ระยะเวลาการบวมแตกต่างกันตามตำแหน่ง ผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ฉีด และแต่ละบุคคล จึงไม่ควรกำหนดจำนวนวันที่แน่นอนสำหรับทุกคน หากบวมมากขึ้นหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วยควรติดต่อแพทย์
ฟิลเลอร์เป็นก้อนต้องสลายทุกครั้งไหม?
ไม่จำเป็น ต้องประเมินก่อนว่าก้อนเกิดจากอาการบวม การกระจายตัวของฟิลเลอร์ หรือลักษณะอื่น การรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุ
ฟิลเลอร์สลายเองได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเติมเต็ม ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid สามารถถูกย่อยสลายตามธรรมชาติได้ตามเวลา แต่ระยะเวลาแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์ทำให้ตาบอดได้ไหม?
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมากแต่สามารถเกิดขึ้นได้ หากมีการมองเห็นเปลี่ยนไปหลังฉีดควรถือเป็นภาวะฉุกเฉินและได้รับการประเมินทางการแพทย์ทันที
ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วรู้สึกผิดปกติควรทำอย่างไร?
ควรติดต่อแพทย์หรือคลินิกที่ทำหัตถการโดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีอาการปวดมาก สีผิวผิดปกติ การมองเห็นเปลี่ยนไป หรืออาการบวมแดงที่เพิ่มขึ้น